บทที่ 13 13

ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงขึ้นในยามวิกาล ภรันยาที่เพิ่งจะข่มตาหลับไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงหลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายและแสนจะบั่นทอนจิตใจเมื่อช่วงกลางวัน สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่หัวเตียงมาดู หน้าจอแสดงชื่อของ 'ลุงสม' คนขับรถเก่าแก่ประจำตัวของคุณปู่ติณณภพ

ลางสังหรณ์บางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ภรันยารีบกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาน้อยๆ

"สวัสดีค่ะลุงสม มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะถึงโทรมาดึกขนาดนี้"

"คุณรันครับ คุณรันรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะครับ ท่านเจ้าสัว... ท่านเจ้าสัวหมดสติไปตอนที่กำลังจะเข้านอน ตอนนี้คุณหมอกำลังพาท่านเข้าห้องฉุกเฉินครับ" น้ำเสียงของคนแก่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

หัวใจของภรันยากระตุกวูบราวกับถูกใครกระชากอย่างแรง ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย

"รันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ลุงสมรอรันอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินนะคะ"

หญิงสาววางสายแล้วกระโดดลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมคาร์ดิแกนสีเทามาสวมทับชุดนอนกางเกงขายาวอย่างเร่งรีบ หยิบกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถก่อนจะวิ่งลงบันไดไปที่โรงรถอย่างไม่คิดชีวิต รถอีโคคาร์คันเล็กพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ฝ่าความมืดของถนนยามค่ำคืนมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายจะกำหนด

ตลอดเส้นทาง ภรันยาได้แต่ภาวนาในใจขออย่าให้คุณปู่เป็นอะไรไป ท่านคือผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิต คือคนเดียวที่หยิบยื่นแสงสว่างให้เธอในวันที่โลกทั้งใบมืดมิด หากไม่มีคุณปู่ เธอเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเด็กสาวที่สูญเสียพ่อแม่และมีหนี้สินล้นพ้นตัวจะจบลงที่ตรงไหน เธอสูญเสียครอบครัวไปแล้ว เธอไม่อยากสูญเสียญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ไปอีกคน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ภรันยาวิ่งกระหืดกระหอบตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉินทันที ลุงสมและแม่บ้านจากเรือนใหญ่ยืนร้องไห้กระซิกอยู่หน้าประตูบานเลื่อนสีขุ่น ภรันยาเข้าไปจับมือลุงสมแน่นเพื่อสอบถามอาการเบื้องต้น ได้ความว่าช่วงค่ำคุณปู่มีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ แต่ท่านดื้อรั้นไม่ยอมมาโรงพยาบาล จนกระทั่งตอนดึกท่านล้มพับหมดสติไปคาห้องน้ำ

"แล้วคุณติณณ์ล่ะคะ ลุงสมได้โทรแจ้งคุณติณณ์หรือยัง" ภรันยาเอ่ยถามเมื่อกวาดสายตาแล้วไม่พบร่างของหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของคุณปู่

"ลุงโทรไปเป็นสิบสายแล้วครับคุณรัน แต่คุณติณณ์ไม่รับสายเลย ลุงเลยต้องรีบโทรหาคุณรันนี่แหละครับ"

ภรันยาขบกรามแน่น เธอเดาได้ไม่ยากเลยว่าป่านนี้ติณณภพคงกำลังกกกอดปลอบขวัญแม่นางเอกเจ้าน้ำตาของเขาอยู่ที่คอนโดหรือโรงแรมหรูที่ไหนสักแห่งจนไม่สนใจจะรับสายใคร หญิงสาวล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมากดโทรหาเขาทันที แต่ผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิมคือไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ

"ไม่เป็นไรค่ะลุงสม เดี๋ยวรันจัดการเรื่องเอกสารและคุยกับคุณหมอเอง ลุงสมพาทุกคนไปนั่งพักก่อนนะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณปู่ท่านแข็งแรง ท่านต้องปลอดภัยแน่นอน" ภรันยาพยายามปรับน้ำเสียงให้เข้มแข็งเพื่อปลอบประโลมคนเก่าคนแก่ แม้ว่าในใจของเธอจะร้อนรุ่มดั่งไฟสุมก็ตาม

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกับร่างของคุณหมอวัยกลางคนที่เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภรันยารีบปราดเข้าไปหาทันที

"คุณหมอคะ คุณปู่เป็นอย่างไรบ้างคะ"

"คนไข้มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันครับ ตอนนี้ทางเราได้ทำการปั๊มหัวใจและให้ยาจนสัญญาณชีพกลับมาคงที่ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียูครับ เนื่องจากคนไข้มีอายุมากและมีโรคประจำตัวหลายอย่าง อาการยังถือว่าวิกฤตครับ ญาติคงต้องทำใจเผื่อไว้บ้าง"

คำพูดของคุณหมอเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของภรันยา น้ำตาหยดใสไหลทะลักออกจากดวงตาคู่สวยอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป เธอพยักหน้ารับคำคุณหมอด้วยความรู้สึกที่ชาวาบไปทั้งร่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป